Monthly Archives: May 2018

ปรบมือรัวๆให้กับ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย และ Toyota Motor Thailand

??ปรบมือรัวๆให้กับ Start Your Impossible Challenge : นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย และ Toyota Motor Thailand

?ติดตามเรื่องราว Challenge จากนักแบดมินตันทีมชาติ
แน็ท ณิชชาอร และ ไบร์ท สัพพัญญู กับสองเยาวชนมือใหม่
ด้วยแคมป์ฝึกฝนสุดเข้มข้น เพื่อเป็นบทดสอบสู่เส้นทางการเป็นทีมชาติ
และคุณเอง… ก็ร่วม Start Your Impossible ได้
เพียงส่งเรื่องราว Challenge ของคุณ
มาที่ www.toyota.co.th/syithailand ตั้งแต่วันที่ – 30 พ.ย. 2561
#SYIChallenge #StartYourImpossible #TOYOTA

โรคเข่าปูด (Osgood-Schlatter Disease) ของนักกีฬา

โรคหรืออาการ Osgood-Schlatter Disease/Symptom (อ๊อสกูด ชแล็ตเตอร์) หรือเรียกสั้นๆว่า OSD คือโรคปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ ชื่ออาการนี้ตั้งชื่อตามนายแพทย์สองท่าน (Dr. Robert Bayley Osgood จาก  Harvard University และ Dr. Carl Schlatter จาก University of Zurich) ที่ได้พบโรคหรืออาการนี้เมื่อปี 1903 เกือบ 110 มาแล้ว ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการแพทย์ อาการโดยทั่วไปเริ่มจากเจ็บเข่าที่ปุ่มกระดูกด้านหน้า เมื่อกดปุ่มนูนที่ใต้หัวเข่าแล้วมีอาการเจ็บ นั่งคุกเข่าไม่ได้ เพราะปุ่มที่ปูดนูนถูกกดทับ รู้สึกเจ็บเมื่อเดินขึ้นบันได มีอาการเจ็บเมื่อกระโดด หรือมีการยืดเหยียดหรืองอบริเวณหัวเข่าอย่างรวดเร็ว กล่าวโดยสรุปลักษณะของโรคเข่าปูดคือมีอาการปวดเข่า (knee pain) และบวม (swelling) ที่ใต้หัวเข่าลงไประยะประมาณ 2-3 นิ้ว ซึ่งเกิดจากแรงดึงของเส้นเอ็นที่ยึดติดกับกระดูกสะบ้าหัวเข่า (Patellar Tendonitis ) กับกระดูกหน้าแข้ง (tibia) ทำให้กระดูกหน้าเกิดรอยแยกเนื่องกระดูกหน้ายังโตและแข็งแรงไม่เต็มที่ และนี่คือสาเหตุของโรค Osgood Schalatter ที่เกิดขึ้นกับนักกีฬา ดูวีดีโอรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของโรคนี้ จะพบมากในนักกีฬาที่ต้องทำการวิ่งและกระโดดในเวลาเล่นเช่น แบดมินตัน บาสเกตบอล ยิมนาสติก ฟุตบอล โดยเฉพาะเด็กช่วงอายุตั้งแต่ 10 ถึง 15 ปี (บางตำรา 9-15 ปี) เกิดขึ้นกับเด็กที่เป็นนักกีฬามากกว่าเด็กที่ไม่ใช่นักกีฬา เกิดขึ้นกับเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่บางข้อมูลก็บอกว่าสามารถเกิดได้กับเด็กผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเกิดเท่าๆกัน แต่พอโตอายุ .

การออกกำลังกายแบบ HIIT หนึ่งในวิธีออกกำลังกายที่ให้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ

HIIT หนึ่งในวิธีออกกำลังกายที่ให้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ ที่ใช้เวลาแค่เพียง 15-20 นาที ต่อวัน ก็สามารถเบิร์นไขมันได้แล้ว ใครที่กำลังอยากรีดไขมันต้องไม่พลาดเลย นอกจากเวทเทรนนิ่งและ T25 ที่เป็นเทรนด์การออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมของหนุ่ม ๆ สาว ๆ แล้ว ยังมีการออกกำลังกายอีกวิธีหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์ใด ๆ อย่าง HIIT หรือ High-Intensity Interval Training ที่ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้ในระดับสูงสุดในเวลาแค่เพียง 20 นาทีเท่านั้น อยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะว่าวิธีการออกกำลังกายนี้เป็นอย่างไร วันนี้กระปุกดอทคอมนำข้อมูลเกี่ยวกับ HIIT มาเล่าสู่กันฟังค่ะ ใครที่กำลังมองหาวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายแต่ให้ผลอย่างยอดเยี่ยมอยู่ละก็ รับรองว่าต้องสนใจวิธีแน่นอนค่ะ HIIT หรือ High-Intensity Interval Training เป็นวิธีการออกกำลังกายสไตล์คาร์ดิโอที่ผสมผสานกันระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนักและการออกกำลังกายเบา ๆ สลับกันไป ซึ่งการวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย The American College of Sports Medicine หรือ ACSM พบว่า การออกกำลังกายชนิดนี้เป็นการออกกำลังกายที่เป็นเทรนด์ออกกำลังยอดนิยมประจำปี 2014 รองจากการเล่นเวทเทรนนิ่ง เพราะทำให้เราสามารถออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกายได้อย่างเต็มที่ แถมยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น และเบิร์นไขมันออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญยังช่วยทำให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักเพียงอย่างเดียว นี่ล่ะคือเหตุผลที่ทำให้คนนิยมออกกำลังกายแบบ HIIT วิธีการออกกำลังกายแบบ HIIT ในการออกกำลังกายแบบ HIIT จะประกอบด้วย การออกกำลังกายอย่างหนัก และการออกกำลังกายเบา ๆ สลับกัน โดยอัตราส่วนของการออกกำลังกายก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น 1 : 2 (หนัก 15 .
X